สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ เพิ่มมาตรา 6

18 เม.ย. 2562

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ เปิดช่องให้ได้มาซึ่งข้อมูลด้วยวิธีการใด ๆ ก็ได้ | The Thaiger

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ เพิ่มมาตรา 6  เปิดช่องให้ได้มาซึ่งข้อมูลด้วยวิธีการใด ๆ ก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบและต้องบันทึกทุกขั้นตอน หากทำโดยสุจริต ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ – ราชกิจจานุเบกษาแพร่ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ ฉบับใหม่ 2562 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผล 17 เมษายน 2562)  มีสาระสำคัญที่เพิ่มมาจากฉบับก่อนหน้า เช่น

มาตรา 6 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติภายใน ระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด หากหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลดังกล่าวไม่ส่งข้อมูลหรือเอกสารภายใน กำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา สั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารอันเกี่ยวกับการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง การข่าวกรองทางการสื่อสาร หรือการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อาจดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ รวมทั้งอาจใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนดโดยความเห็นชอบ ของนายกรัฐมนตรี โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการบันทึกรายละเอียดขั้นตอน การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เหตุผล ความจำเป็น วิธีการ บุคคลที่ได้รับผลกระทบหรือ อาจได้รับผลกระทบ และระยะเวลาในการดำเนินการ รวมทั้งวิธีการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบ ต่อบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง การดำเนินการตามมาตรานี้ หากได้กระทำตามหน้าที่และอำนาจโดยสุจริตตามสมควร แก่เหตุแล้ว และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงหรือการป้องกันภัยสาธารณะ ให้ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

 

นอกจากนี้ในมาตรา 12 ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติจัดให้มีศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ (ศป.ข.) เป็นหน่วยงานภายใน ทำหน้าที่ประสานกิจการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่นภายในประเทศ โดยให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่งตั้งรองผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการ ศป.ข.

หน้าที่สำคัญของ ศป.ข. คือ ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งรายงานข่าวประจำวัน ข่าวด่วน ข่าวเฉพาะกรณี และรายงานการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่อนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตลอดจนกระจายข่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมถึงเฝ้าระวังภัยคุกคาม ความมั่นคงปลอดภัย ทั้งในภาวะปกติ และช่วงมีสถานการณ์ ช่วงเทศกาลที่สำคัญ พระราชพิธี และการประชุมหรืองานพิธีการที่สำคัญของรัฐ เพื่อสนับสนุนการป้องกัน หรือแก้ไขสถานการณ์ที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินรุนแรงเกิดขึ้น และปฏิบัติต่อเนื่องจนสิ้นสุดสถานการณ์นั้น

มาตรา 13 ให้ ศป.ข. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รวมทั้งรายงานข่าวประจำวัน ข่าวเร่งด่วน ข่าวเฉพาะกรณี และรายงานการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่อนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ผู้อำนวยการ ตลอดจนกระจายข่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๒) เฝ้าระวังภัยคุกคามความมั่นคงปลอดภัย ทั้งในภาวะปกติและช่วงที่มีสถานการณ์ ช่วงเทศกาลที่สำคัญ พระราชพิธี และการประชุมหรืองานพิธีการที่สำคัญของรัฐ เพื่อสนับสนุน การป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินรุนแรงเกิดขึ้น และปฏิบัติต่อเนื่องจนสิ้นสุด สถานการณ์นั้น

(๓) ให้ความรู้และประสานความร่วมมือด้านการข่าวกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

อ่านรายละเอียด พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับเต็ม : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/050/T_0022.PDF

 

ที่มา : มติชน สำนักข่าวอิศรา