สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

กัญชง กัญชา กับยาอื่น

11 มิ.ย. 2562

เป็นอีกหนึ่งในบทความกัญชา เจาะจงถึงร่างกายมนุษย์ การใช้กัญชาในคนไข้มีโรคซับซ้อนและรับประทานยาอยู่หลายตัว ว่าถ้าใช้กัญชาจะปลอดภัยไหม บทความนี้นำข้อมูลมาจาก Department Of Health, USA และจากบทวิจัยของ MacCallum and Russo, 2018 ‘Practical considerations in medical cannabis administration and dosing’

ตัวรับสัญญาณหลักในร่างกายของเราคือคานาบินอยด์ (Cannabinoid, CB) มี 2 ประเภท ตัวรับสัญญาณนี้ไม่ได้พบแค่ในสมองแต่ยังพบในส่วนอื่นของร่างกายด้วย ซึ่งอธิบายฤทธิ์อื่นๆ เช่น การต้านการอักเสบในร่างกายอีกด้วย โดย CB1 นั้นจะอยู่ในสมอง (Cortex, nucleus accumbens, basal ganglia, hypothalamus, cerebellum, hippocampus, amygdala and spinal cord), ปอด, เส้นเลือด, กล้ามเนื้อ, ทางเดินอาหาร, ไขมันและ อวัยวะเพศ ส่วนอวัยวะที่มีทั้ง CB1 และ CB2 ประกอบด้วยก้านสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ตับ ไขกระดูก และตับอ่อน

ส่วน CB2 เดี่ยวๆ อยู่ในเซลล์เกลีย (Glial cell) ของสมอง ตัวจับสัญญาณสองตัวนี้จะเป็นตัวที่ THC จับได้อย่างดี ตรงกันข้ามกับ CBD โดยมันมีสัมพรรคภาพ (affinity) กับตัวจับสัญญาณกัญชา cannabinoid receptors (CB1 และ CB2) ต่ำมาก เรื่องรายละเอียดระหว่าง THC และ CBD อ่านได้ในบทความหมอดื้อเรื่องกัญชา

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเมื่อใช้กัญชาประกอบไปด้วย ปากและตาแห้ง ตาแดง มึนงง ตอบสนองต่อรอบตัวช้า มีอาการวิตกจริต ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อยนักประกอบไปด้วย ตาเลือนมัว ปวดหัว และเคลิ้ม สุดท้ายคือผลข้างเคียงที่นานๆจะพบทีประกอบด้วย เซหรือควบคุมร่างกายได้ไม่ดี จำนวนสเปิร์มลด ความดันตก หัวใจเต้นเร็ว ซึมเศร้า อ้วกเรื้อรัง ท้องเสีย และตับอักเสบ

ปัญหาเรื่องตับอักเสบสามารถพบได้เวลาใช้ยาในปริมาณสูง เช่นใช้ CBD สำหรับชัก จึงควรเจาะค่าตับก่อนเริ่มใช้ จากนั้นเจาะอีกที 1, 3 และ 6 เดือน ถ้าไม่มีปัญหาก็นานๆทีค่อยเจาะที

มีหลายท่านถามมาว่าถ้าสูบแล้วจะแย่เหมือนบุหรี่ไหม ก่อนอื่นคิดว่าคงไม่ได้สูบกัญชาหลายมวนเท่าบุหรี่ พอมาถึงผลเสียเพิ่มเติมในการสูบเมื่อเทียบกับแบบกินก็มีเสี่ยงติดเชื้อในปอดสูงขึ้นเพราะกัญชาไปกดภูมิเม็ดเลือดขาวในปอด และไอหรือหลอดลมอักเสบซึ่งจะหายได้ไม่นานหลังหยุดสูบ

เรื่องผลเสียระยะยาวไม่พบว่าทำให้การทำงานของปอดหรือหัวใจแย่ลง และไม่เสี่ยงเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เฉพาะในคนที่สูบกัญชาอย่างเดียว แต่ถ้าสูบทั้งกัญชาและบุหรี่กลับพบว่าจะแย่ทวีคูณสำหรับผู้พยายามเลิกบุหรี่ตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าดีไม่ดีไม่รู้ งั้นสูบกัญชาเพื่อเลิกบุหรี่อาจจะเป็นทางออกได้

ส่วนข้อห้ามในการใช้กัญชาเริ่มตั้งแต่การห้ามใช้ THC ในคนไข้ที่มีอาการประสาทหลอน เดี๋ยวอาการจะมากขึ้น ห้ามในโรคหัวใจขั้นรุนแรงที่มีอาการความดันตก หรือหัวใจเต้นเร็วเพราะเสี่ยงหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ส่วนในหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมไม่ควรใช้เพราะอาจจะทำให้เด็กน้ำหนักน้อยได้

ส่วนการใช้ในเด็กขึ้นอยู่กับว่ารักษาอาการอะไรเพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงจิตเภทและลดความเฉลียวฉลาดได้ ถ้าเด็กคนนั้น มีแนวโน้มเปราะอยู่แล้วต่อภาวะดังกล่าว

การใช้ในผู้ป่วยตับแข็งจำเป็นจะต้องลดยาลงเพราะกัญชาใช้ตับในการขจัด และถ้าตับแข็ง ค่าครึ่งชีวิตของยานั้นจะเพิ่มไปประมาณ 2.5 เท่าในตับแข็งระยะกลาง (child-pugh B) และ 5 เท่าเมื่อเป็นขั้นรุนแรง (child-pugh C) ควรจะลดปริมาณยาและการเพิ่มยาให้ทำอย่างช้าๆ

มาถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่อง เวลาคนไข้มีโรคประจำตัวหลายโรคและรับประทานยาอยู่หลายตัว เริ่มจาก THC และ CBD ทั้งคู่นั้นสามารถเพิ่มระดับ Warfarin ฉะนั้นถ้าจะเริ่มกัญชาต้องวัด INR สม่ำเสมอในช่วงแรกจนกว่าจะคงที่ นอกจากตีกับ Warfarin แล้ว ทั้งคู่นั้นต้องใช้เอนไซม์ CYP3A4 และ/หรือ CYP2C9 ในการกำจัดออกจากร่างกาย ฉะนั้นยาที่ไปกระทบและลดการทำงานเอนไซม์อย่างมาก เช่น Clarithromycin, ketoconazole, ritonavir และยาฆ่าเชื้อรา กับยาต้าน HIV อีกหลายตัว

นอกจากนี้ ยังมียาหัวใจที่ลดการทำงานของเอนไซม์ในระดับปานกลางเช่น amiodarone, diltiazem, verapamil เป็นต้น

มีอีกหลายตัวมากขอให้อ่านเพิ่มเติมกันเอง ยาบางตัว เช่น rifampin ไปเพิ่มความเก่งของ CYP3A4 ก็จะลดระดับ CBD ตัว CBD เองก็ไม่เบา สามารถไปยับยั้ง CYP3A4, CYP2C8 และ CYP2C9 ซึ่งทำให้ระดับยากลุ่ม Macrolide, calcium channel blocker, benzodiazepine, statin และยากันชัก เช่น phenytoin, topiramate กับ rufinamide เพิ่ม ฉะนั้นพอเริ่มใช้ CBD แล้วและอาการชักดีขึ้นก็ควร ลดยาที่กล่าวมาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

CYP2C19 เป็นเอนไซม์อีกตัวที่กำจัด CBD ออกจากร่างกาย ฉะนั้นยาที่ไปยับยั้งการทำงานของ CYP2C19 เช่น PPI หรือ SSRIs ก็จะเพิ่มระดับ CBD ได้ และตัว CBD เองก็ยังไปยับยั้ง CYP2C19 และ CYP2D6 ได้ด้วย ซึ่งจะเพิ่มระดับยา เช่น SSRIs, TCAs, PPI, Beta blocker, antipsychotics, opioid และ clobazam มันสามารถทำให้ระดับ clobazam ในเลือดสูงขึ้นได้ประมาณสามเท่าเลยทีเดียว

ฉะนั้นเวลาใช้ต้องลด clobazam ไม่งั้นคนไข้สลบแน่

นอกจาก CYP แล้ว CBD มันก็ไปยับยั้งเอนไซม์ UGT1A9 ทำให้ระดับ diflunisal, fenofibrate และ propofol เพิ่ม มีฤทธิ์ยับยั้ง UGT2B7 ด้วยซึ่งจะกระทบกับ gemfibrozil, lamotrigine, lorazepam และ morphine มีเยอะพอสมควรที่ต้องหมั่นศึกษาติดตาม

และ...อยากจะฝากไว้คือ ก่อนจะเริ่มกัญชาอยากจะให้อธิบายผลดี ผลเสีย และโอกาสเกิดผลข้างเคียงให้คนไข้ให้ชัดเจน จะได้ร่วมกันตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ การใช้เช่น ยาใหม่ตัวนี้ก็เช่นเดียวกับยาอื่น ต้องใช้วิจารณญาณของแพทย์ในการตัดสินใจด้วย

สุดท้ายกลับมาเรื่องเดิมๆ คือยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ซึ่งถ้าเจือปนอยู่ในกัญชามันจะก็อันตรายมากแค่ไหน ใครตระหนักถึงเรื่องนี้ก็ถามกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูว่าไม่รักประเทศ ไม่ห่วงใยคนไทยหรือ.

                                                                                                                 หมอดื้อ

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์