สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

ผ่าแผนขบวนการ 3 จชต.บ่มเพาะสืบทอดรุ่นสู่รุ่น

9 ส.ค. 2562

กลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังปลุกปั่นกระแสลวงให้คนในพื้นที่เกิดอคติต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ...หวังดึงมวลชนร่วมในปฏิบัติการ “ฝ่ายทหาร” หรือที่เรียกว่า “อาร์เคเค” ทดแทนคนเก่าที่สูญเสีย...

 

ถ่ายทอดแนวคิดผิดเพี้ยนความจริง ปลุกอุดมการณ์...“ประวัติศาสตร์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น มีแบบแผนคิดค้นมานานกว่า 20 ปี หวังมวลชนรุกมาต่อต้านรัฐไทย และร่วมจับอาวุธต่อสู้กับผู้มีความคิดเห็นต่าง...

เป้าหลัก คือ... “เด็ก...เยาวชน...คนรุ่นใหม่” มีพฤติกรรมไหวพริบดี เฉลียวฉลาด?

มุมมองฟากรัฐ พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยถึงข้อมูลรูปแบบการดึงเด็กเยาวชนเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านรัฐไทย ว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหมู่บ้านจัดตั้งการปกครองซ้อนกับการปกครองของรัฐไทยประมาณ 1,000 กว่าหมู่บ้าน

แต่ละแห่งถูกกำกับดูแลจาก “กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น” ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ 20% ฝ่ายสนับสนุน 30% บริจาคเงินทำบุญครอบครัวละ 2,000 บาทต่อปี รวมเป็นเงิน 200 ล้านบาทต่อปี ส่วนอีก 50% เป็นชาวบ้านธรรมดา และถูกอำนาจองค์กรลับขบวนการก่อความไม่สงบ ครอบงำ และพยายามปลุกปั่นให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

 

นี่เองที่กลายเป็นโจทย์สำคัญของขบวนการบีอาร์เอ็น...ทำให้ชาวบ้านที่ยังไม่สนับสนุนเปลี่ยนความคิดร่วมขบวนการ หรือไม่มาต่อต้าน...

เริ่มต้นปลุกระดมสำนึก “มวลชน” สร้างกระแสให้กับคนในพื้นที่ ที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจาก “มลายู” มีการอ้างอิงถึง “ประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี” และคนสิแย หรือคนสยามรุกราน ยึดครองดินแดน จนชาวมลายู อัตลักษณ์ความเป็นชาวมุสลิม โดนกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม

ยกตัวอย่าง...เหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ สงครามศาสนา ถูกคนต่างศาสนารุกราน ทุกคนต้องออกมาต่อสู้ และจะเกิดเป็นบุญอันยิ่งใหญ่

หากคนใด...ไม่ร่วมสนับสนุน ก็อย่าออกมาเป็นปรปักษ์ หรือต่อต้าน จนเป็นเงื่อนไขที่มาของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ถูกลอบยิงเสียชีวิตบ่อยๆ เพราะถูกมองว่ามีพฤติกรรมขัดขวาง หรือเป็นไส้ศึก

ถือว่าอาจเป็นภัยต่อองค์กรลับ...จึงต้อง “เชือดไก่ให้ลิงดู” จัดการขั้นเด็ดขาด!

สะท้อนให้เห็นว่า...กลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น “สร้างกลไก” ความเป็น “องค์กรลับ” ให้คนในพื้นที่ต่างอยู่อย่างระแวงซึ่งกันและกัน ต้องระมัดระวังคำพูดคุยกับคนแปลกหน้า เพราะอาจถูกมองว่าขัดขวางปฏิบัติการ

ทั้งที่จริงคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รักสงบ มีมนุษยสัมพันธ์ดี ยิ้มเก่ง มีความน่ารัก และให้การต้อนรับคนต่างถิ่นที่มาเยือน

เมื่อชาวบ้านจำใจต้องยอมปิดหู...ปิดตา...ไม่มีใครกล้าออกมาต่อต้านแล้ว...

ขั้นต่อไป คือการพุ่งเป้าหมายไปยังเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่หวังดึงเข้ามาเป็นฝ่ายปฏิบัติการ ตั้งแต่เด็กเล็กๆ 3-5 ขวบไปจนถึงอายุ 13 ปี พล.อ.สำเร็จ มีข้อมูลในมือว่า กลุ่มขบวนการฯจะใช้ศูนย์สอนศาสนาอิสลามเด็กเล็กประจำในหมู่บ้าน เป็นสถานที่บ่มเพาะวางหลักการยุทธวิถีให้มีสำนึกถึงความเป็นชาวมลายู ไม่ใช่คนสยาม...

ทว่า...เดิมศูนย์สอนศาสนาแห่งนี้ มีชื่อว่าโรงเรียนมลายู มีหลักการสอนภาษา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของชาวมลายู แฝงด้วยการบิดเบือนหลักคำสอนศาสนา ปลูกฝังเยาวชนให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ไทยตลอดเวลา

ต่อมาหน่วยความมั่นคงทราบข้อมูลลับนี้ ได้สลายโรงเรียนมลายู ก่อนมาปรับเปลี่ยนตั้งใหม่เป็นศูนย์สอนศาสนาฯ แต่ครูผู้สอน หรือครูผู้ช่วยสอนในนั้น จะมีสมาชิกขบวนการฯแฝงร่วมอยู่ด้วยมากน้อยอย่างไรนั้นไม่ชัดเจน เพียงแต่ว่ามีวิธีการหล่อหลอมความคิดให้กับเด็กเยาวชน จากรุ่น...สู่อีกรุ่น...เป็นผู้สืบทอดสานต่อเจตจำนงของบรรดาแกนนำขบวนการต่อเนื่องมายาวนาน

จนมาถึงทุกวันนี้...ฝ่ายความมั่นคงไม่น้อยยังหลงเชื่อว่าศูนย์สอนศาสนานี้...ขบวนการก่อความไม่สงบ...ไม่มีอิทธิพล...?

พล.อ.สำเร็จ ตั้งข้อสังเกตต่อไปอีกว่า ในระหว่างเด็กเรียนหนังสืออยู่ศูนย์สอนศาสนาฯ สมาชิกขบวนการฯ จะค่อยสังเกตพฤติกรรมเด็กอยู่ตลอด พร้อมกับคัดเลือก “เด็กหัวกะทิ” เน้นเด็กเรียนเก่ง ไหวพริบดี...แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ มีแววความฉลาดเฉลียว มีความเป็นผู้นำ เคร่งศาสนา ร่างกายแข็งแรง

ซึ่งแน่นอนว่า...ขบวนการก่อความไม่สงบจะพยายามส่งเสริมให้เข้าโรงเรียนมัธยมสอนศาสนาของเอกชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 200 กว่าแห่ง ที่มีหลักสูตรสอนศาสนา และสอนสายสามัญ แต่เด็กและเยาวชนเหล่านี้มักหายตัวในคาบเรียนสายสามัญ...

เพราะบรรดาแนวร่วมขบวนการฯ พยายามไม่ให้เด็กและเยาวชน เรียนสายสามัญ แต่จะดึงมาเรียนหลัก ประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี เคยเป็นอิสระ ก่อนโดนสยามทำการรุกราน และยึดครองดินแดน

“เพื่อ...ให้เข้ามาต่อสู้ทวงพื้นที่คืนมา”

เมื่อเรียนจบการศึกษาชั้นมัธยมตอนปลาย หรือ ม.6 จะได้รับการฝึกพื้นฐานบันได 5 ขั้น ในด้านจิตใจ ด้านร่างกาย และฝึกผู้ช่วยการรบก่อนคัดแยกลักษณะความสามารถแต่ละคนให้เหมาะสมกับหน้าที่ คือ คนเก่งและแข็งแรง รับหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการก่อเหตุความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ส่วนคนเก่ง มีสติไหวพริบดี สนับสนุนด้านมวลชน ชวนเชื่อ ขยายฐานมวลชนในหมู่บ้าน

“ในระหว่างนี้...ไม่มีใครรู้เลยว่า เยาวชนได้เข้าร่วมขบวนการฯ เพราะเวลาอยู่บ้านมีความประพฤติดี เรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งสอนพ่อแม่ แต่ชอบออกไปละหมาด กลับเข้าบ้านเวลาเที่ยงคืน และชอบออกกำลังกายอยู่เสมอ ทำให้ไม่มีใครสงสัยระแคะระคาย”

ผู้ปกครองมีความคิดว่าการออกไปละหมาด และออกกำลังกาย คือเรื่องดีกว่าให้ลูกติดเพื่อน หรือติดยา...ทว่าความจริงนั้น เยาวชนเหล่านี้ถูกหลอมเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว และใช้เวลาออกไปละหมาด ปฏิบัติการก่อเหตุความรุนแรง เมื่อรู้ว่าลูกหลงทางผิด...ก็สายเกินกว่าจะดึงลูกชายออกจากเส้นทางหลงผิด เพราะถลำลึกเป็นสมาชิกอย่างเต็มตัวไปแล้ว ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้แล้ว...

ประเด็นน่าสนใจมีว่า ขณะที่กลุ่มเด็กเยาวชนที่มีพฤติกรรมติดยาเสพติด เกเร ความประพฤติไม่ดี กลับไม่ถูกชวนเข้าร่วมขบวนการฯ เพราะไม่มีวินัย เสี่ยงต่อการปฏิบัติการไม่สำเร็จ และเปิดเผยความลับ

“ผมเคยจับหัวหน้าระดับปฏิบัติการในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับสารภาพว่า เคยนำเยาวชนติดยาเสพติดมาฝึกปฏิบัติการ 50 คน ให้เลิกยาเสพติด หวังได้รับความดีจากผู้ปกครอง มาเป็นมวลชนร่วมด้วย ปรากฏว่า ฝึกมา 6 เดือน ไม่มีผู้ผ่านปฏิบัติการ และเคยให้ไปก่อเหตุ รับหน้าที่ โรยตะปูเรือใบ แต่ยังไม่ก่อเหตุชาวบ้านรู้เรื่องทั้งหมู่บ้าน” พล.อ.สำเร็จ ว่า

ปัจจุบันการจัดตั้งกองกำลังขบวนการก่อความไม่สงบ ชักชวนเยาวชน เข้าร่วมมาอยู่ในฝ่ายทางทหาร ทดแทนคนเก่าที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จับกุมดำเนินคดี หรือถูกวิสามัญ ยังคงมีอยู่ตลอด และกระจายก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3,000 คน

และ...ทางการข่าวพบว่า ชุดปฏิบัติการนี้ตัวเลขเท่าเดิม...ยังไม่มีเพิ่มหรือลดลง

และมีการขยายเครือข่ายในรูปแบบส่งฝ่ายปฏิบัติการมวลชนแฝงตัวเข้ามาอยู่ในชมรมต่างๆในพื้นที่ภาคใต้ มากกว่า 50 ชมรม รวมถึงชมรมในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างมิตร ให้เห็นด้วย ไม่ต่อต้าน สร้างอิทธิพล และค่อยให้การช่วยเหลือในทางลับ เช่น บุคคลในขบวนการฯหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จะเป็นตัวประสานคอยอำนวยความสะดวกให้การช่วยเหลือ...

เด็ก...เยาวชนหลงผิดเข้าขบวนการลับเพิ่มเรื่อยๆไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคน ทุกฝ่ายต้องร่วมกัน...พาพวกเขาออกจากความมืด...มาสู่แสงสว่าง เดินจับมือกันไปสู่อนาคต.