สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และสังคม จังหวัดชายแดนใต้

14 ธ.ค. 2560
พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 3,000 ปี โดยมีกลุ่มชนดั้งเดิมเผ่านิกริโต ได้แก่ เซียมัง ซาไก และเผ่าซีนอยด์ ได้แก่บรรพบุรุษของชาวมลายู และชาวเสียน (โอรังเซียม) ซึ่งได้อพยพมาจากจีนตอนใต้ลงมาอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้เป็นเวลาช้านานแล้ว ขณะนั้นทั้งสองเผ่ายังไม่มีการนับถือศาสนาใดๆ นอกจากความเชื่อแบบดั้งเดิม คือ เชื่อในผีสางเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตย์อยู่ตามป่าเขา


ราว 2,000 – 1,500 ปีที่ผ่านมา อารยธรรมอินเดียเริ่มเผยแผ่เข้ามาพร้อมกับศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ขนพื้นเมืองเริ่มเปลี่ยนมานับถือศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธตามลำดับ ตอนบนของคาบสมุทรมลายูมีรัฐเกิดขึ้นใหม่คือ ฟูนัน ส่วนตอนกลางและตอนล่างมีรัฐตามพรลิงค์และลังกาสุกะ ในระยะแรกฟูนัน มีอำนาจเหนือรัฐตอนล่างทั้งสอง แต่หลังจาก 1,500 ปีที่ผ่านมา ลังกาสุกะเป็นอิสระและมีอำนาจปกครองไปจนถึงคอคอดกระ จนเมื่อมีอาณาจักรใหม่คือศรีวิชัยเกิดขึ้นบริเวณตอนล่างของเกาะสุมาตราราว 1,300 ปีที่ผ่านมาได้แผ่อำนาจเข้าปกครองลังกาสุกะและตามพรลิงค์จนถึงรัฐตอนบนคือ ไชยา พุทธศาสนาจึงแพร่หลายมากในระยะนี้พร้อมๆ กับชาวมลายูได้ตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้นบนคราบสมุทรมลายู ขณะที่ตอนบนมีอาณาจักรเขมรแผ่ขยายอำนาจลงมาพร้อมกับความเชื่อแบบเทวราชาเผยแพร่สู่ประชาชน
800 ปีที่ผ่านมาศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง รัฐต่างๆกลับมาเป็นอิสระ ตอนบนมีรัฐสุโขทัยเกิดขึ้น ตอนล่างมีรัฐมัชปาหิตแผ่อำนาจขึ้นมายังคาบสมุทรมลายู ลังกาสุกะตกอยู่ภายใต้อำนาจของสุโขทัยและมัชปาหิต รวมทั้งรัฐใหม่คือ มะละกา มีอำนาจเหนือลังกาสุในเวลาต่อมา เมื่อลังกาสุกะอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสในปี พ.ศ.2054 ลังกาสุกะจึงกลับมาเป็นอิสระ และได้สร้างเมืองแห่งใหม่คือ ปตานี เจ้าเมืองเข้ารับอิสลาม และได้สถาปนานครปตานีดารุสลาม มีสุตานหรือรายาปกครองต่อเนื่องมาถึง 23 พระองค์
ในปี พ.ศ.2351 สมัยต้นรัตนโกสินทร์ สยามได้เข้ามาแบ่งการปกครองเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองระแงะ รามันห์ ยาลอ สายบุรี ยะหริ่ง หนองจิก และปัตตานี พ.ศ. 2449 ปรับปรุงการปกครอง 7 หัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล และในปี พ.ศ.2476 ได้จัดการปกครองแบบจังหวัดประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสมาถึงจนบัดนี้