สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

ดีเดย์ "จันทบุรีโมเดล" ยังยุ่งเหตุกัมพูชายังไม่ปล่อยแรงงาน

15 ก.ย. 2563

จันทบุรี -​ ดีเดย์ "จันทบุรี โมเดล" นำแรงงานกัมพูชาเข้าไทยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บลำไยยังติดขัด หลังทางการกัมพูชายังไม่สามารถปล่อยตัวแรงงานล็อตแรก 500 คนเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องเอกสาร สุดท้าย ต้องเลื่อนเป็นวันศุกร์ หรือจันทร์หน้า 
จากกรณี​ที่กระทรวงแรงงาน และ ศบค. ได้อนุญาต​ให้ จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดนำร่องในการเปิดรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้แรงงานเก็บลำไยช่วยเกษตรกรไม่ให้ประสบปัญหา​การล้มละลาย โดยจะอนุญาต​ให้แรงงานกัมพูชาชุดแรก จำนวน 500 ราย เข้าประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวรหมู่บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่จังหวัดชายแดนอื่นๆ ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในวันที่ 15 ก.ย.2563

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.จันทบุรี ได้จัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับตัวแรงงาน พร้อมประสานและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการล้งผลไม้และชาวสวนเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจคัดกรองโรค ก่อนปล่อยให้ผู้ประกอบการนำตัวแรงงานเข้าสู่พื้นที่กักตัวเพื่อรอดูอาการของโรคโควิด-19 เป็นเวลา 14 วันนั้น
 


ล่าสุด วันนี้ (15 ก.ย.)​ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมในการรับแรงงานต่างด้าวชุดแรกจากประเทศกัมพูชา ที่จะเดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรหมู่บ้านแหลม โดยพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน จ.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย- กัมพูชา จ.จันทบุรี ได้ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารชาวกัมพูชาบางส่วนที่เริ่มเดินทางเข้าไทย

ขณะที่ ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี เผยว่า ขณะนี้ทางการกัมพูชายังไม่สามารถปล่อยแรงงานข้ามมายังฝั่งไทยได้เนื่องจากยังติดขัดเรื่องเอกสารบางส่วน และจำเป็นต้องเลื่อนการนำเข้าแรงงานชาวกัมพูชาออกไปเป็นวันศุกร์ หรือวันจันทร์หน้า 

อย่างไรก็ดี การนำแรงงานกัมพูชาชุดแรกจำนวน 500 คน เข้ามาในพื้นที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา

โดยมีนายพีรณัฐ รัตนวรโอภาส นายอำเภอโป่งน้ำร้อน และนายปกครอง บุญชูกุศล นายอำเภอสอยดาว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายประเทศกัมพูชา เช่น นายซก กรึม นายอำเภอกร็อมเรียง และนายโส พัน นา สารวัตรตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ประเทศกัมพูชา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม
 


ทั้งนี้ การนำแรงงานจากประเทศกัมพูชาเข้ามาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บลำไย ในเขต อ.โป่งน้ำร้อน และ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี นับเป็นความภาคภูมิใจของคณะทำงานทั้งหมด ที่ร่วมแรงร่วมใจ ระดมความคิดและใช้ประสบการณ์ในการนำเสนอกรอบการปฏิบัติป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แก่รัฐบาล จนได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจอนุมัติให้นำเข้าแรงงานชุดแรก จำนวน 500 คน เพื่อนำร่องและทดสอบกระบวนการทั้งหมด

"ขณะนี้ผู้ประกอบการล้งลำไยและเกษตรกรชาวสวนลำไย ดีใจที่รัฐบาลอนุมัติแรงงานต่างชาติให้เข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งผู้ประกอบการทุกแห่งต่างยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามกรอบ ระเบียบที่คณะทำงานกำหนดให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด รวมทั้งจะต้องมีการตรวจสอบประวัติในการเดินทางออกมานอกราชอาณาจักรกัมพูชาของกลุ่มแรงงาน"

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลสอยดาว และโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน เข้าเตรียมความพร้อมในการตรวจคัดกรองแรงงานกัมพูชาที่จะเดินทางเข้ามาชุดแรกอย่างเต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน

ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์