สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

นครพนมพิจารณาเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบโควิด

21 ม.ค. 2564

วันที่ 21 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนม ว่า หลังจากนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม/ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม มีหนังสือสั่งการลงวันที่ 4  มกราคม 2564 ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19)  เป็นการชั่วคราว จำนวน 15 กิจการ ได้แก่ 1.โรงภาพยนตร์ 2.ร้านคาราโอเกะ 3.อาบ อบ นวด หรือ โรงน้ำชา 4.ร้านเกม ตู้เกมส์ เครื่องเล่นหยอดเหรียญ 5.ร้านสักหรือเจาะผิวหนัง 6.สถาบันกวดวิชาทุกประเภท ห้ามจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรมหรือกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่ดำเนินการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีออนไลน์ 7.สนามไก่ชน รวมถึงสนามซ้อมไก่ กัดปลา สนามมวย ฯลฯ และสถานที่สำหรับจัดให้มีการพนันอย่างอื่นทุกชนิด

8.โต๊ะสนุกเกอร์ 9.ร้านหรือศูนย์พระเครื่อง แผงพระ ทั้งกลางแจ้งและในร่ม 10.สระว่ายน้ำ รวมทั้งในโรงแรมและสถานศึกษา 11.สระน้ำเพื่อการกีฬา หรือในบึง 12.ร้านสปา นวดแผนไทย แผนโบราณฯลฯ 13.เครื่องเล่นในลักษณะที่เป็นสวนสนุก เครื่องเล่นเป่าลม บ้านลม บ้านบอล หรือเครื่องเล่นหยอดเหรียญ 14.โรงเรียน สถาบันศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โดยมีกำหนดระหว่างวันที่ 5-18 มกราคม นี้ และ 15. สถานบริการ เช่น ผับ บาร์

โดยเฉพาะโรงเรียน สถาบันศึกษา ฯลฯ มติที่ประชุมสั่งปิดชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-18 มกราคม เปิดทำการเรียนการสอนปกติในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา และกำลังพิจารณาคลายล็อกร้านอาหาร ผับ บาร์ ให้ผู้ประกอบอาชีพทั้งร้านค้า และนักดนตรีให้กลับมาเล่นดนตรีสดได้ตามเดิม มติเดิมจะเริ่มในวันที่ 21 มกราคมนี้

ปรากฏว่ามีอันต้องเลื่อนมาตรการผ่อนผันออกไป โดยให้ปิดต่อไปจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์  ก็จะนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง เนื่องจากวันที่ 19 มกราคม ได้ตรวจพบผู้ป่วยเป็นหญิงอายุ 51 ปี ชาวบ้านหนองกุดแคน อ.ธาตุพนม อาชีพขายข้าวมันไก่ติดเชื้อโควิดจากเพื่อนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลปีใหม่  แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะหญิงผู้ป่วยมีภูมิต้านทานโรคสูง เชื้อไวรัสโควิดที่พบในร่างกายเป็นซากเชื้อ ที่มีโอกาสแพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่นน้อยมาก ถึงขณะนี้ผู้ป่วยแม้จะอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ก็ไม่แสดงอาการป่วยแต่อย่างใด และก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส เพราะผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันสูงนั่นเอง

ถึงอย่างไรคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมก็ไม่ประมาท ได้ออกคำสั่งปิดพื้นที่บ้านหนองกุดแคน หมู่ 8 บ้านหองกุดแคนเหนือ หมู่ 15 ต.พระกลางทุ่ง  รวมทั้งโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กฯในหมู่บ้าน เป็นเวลา 14 วัน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงสอบสวนโรคผู้มีความเสี่ยงเพิ่มเติม ได้แก่ ญาติใกล้ชิด เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ที่มีประวัติไปมาหาสู่กัน

และติดตามตรวจเชิงรุก อาทิ ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าวทุกคน แม่ค้าในตลาดสดเทศบาลธาตุพนม พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาธาตุพนม มารดาและญาติใกล้ชิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เคยสัมผัสกับหญิงผู้ป่วย ครั้งไปเฝ้ามารดาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฯ พร้อมกันนี้ได้ช่วยเหลือเครื่องอุปโภค บริโภค อาหารแก่ชาวบ้านในพื้นที่ปิดครบทุกครัวเรือน

ขณะเดียวกันมีคำถามมากมายจากผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการกักกัน ว่า จะมีความช่วยเหลืออย่างใด นาย สุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ชี้แจงดังนี้ “ในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกักกันของต่างจังหวัด รวมทั้งมาตรการของส่วนกลางก็ดี ทางจังหวัดฯเอง ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้องชาวนครพนม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้มีหนังสือซักซ้อมในการเบิกจ่ายงบประมาณ ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตรงนี้หนังสือได้แจ้งไปแล้วขณะเดียวกันเมื่อสองวันที่แล้ว ก็ได้มีการเชิญผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ทั้งจังหวัด มาทำความเข้าใจในการเบิกจ่ายงบประมาณ ในการช่วยเหลือชาวนครพนมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ covid 19 ท่านผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เข้าใจแล้ว ก็ยินดีที่จะทำโครงการ เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะมีประกาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ให้ท่านที่ได้รับผลกระทบไปลงทะเบียน เพื่อขอรับการช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย พอดีเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตรงนี้ให้สบายใจได้ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งกัน เรายังห่วงแล้วยังติดตาม ดูแลท่านอยู่ตลอดเวลา ก็มีคนถามท่านผู้ว่ามาตลอดว่าจะมีการช่วยเหลืออย่างไร จึงขอเรียนว่ากำลังเร่งรัดอยู่” รองผู้ว่าฯนครพนม กล่าว