สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

ปกครองยึดกัญชาเกรดเอ นำเข้าจากเพื่อนบ้านมูลค่ากว่า 5 ล้าน

16 ก.พ. 2564

นครพนม – ปกครองยึดกัญชาเกรดเอ นำเข้าจากเพื่อนบ้านมูลค่ากว่า 5 ล้าน เข้มประสานชาวบ้านแจ้งเบาะแสตามแนวชายแดน รอบสองเดือนยึดกว่า 3 ตัน

ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม นายสามารถ สุวรรณมณี นายอำเภอธาตุพนม พร้อมด้วย นายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโสฯ พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ธาตุพนม ร่วมกับ นายสมศักดิ์ กล่ำผัก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.น้ำก่ำ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) ตชด.235 และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน แถลงผลการตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 484 แท่ง/484 กก. ห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง ตรวจสอบพบว่าเป็นกัญชาคุณภาพเกรดเอ ที่เพิ่งมีการแพ็คบรรจุสดใหม่ โดยส่วนใหญ่จะมีการส่งขายปลายทางที่ต่างประเทศ โดยจะลำเลียงผ่านเข้ามาเส้นทางชายแดนทางภาคอีสาน ก่อนส่งต่อขายพื้นที่ตอนในของไทย และทะลุออกไปต่างประเทศ และมีราคาซื้อขายประมาณกิโลกรัมละประมาณ 15,000 – 20,000 บาท รวมมูลค่าของกลาง ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

โดยเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านตามแนวชายแดน(ชรบ.) ร่วมกับฝ่ายปกครอง ประสานงานกับ ตำรวจ ทหาร นรข. ตชด.ฯ ลงพื้นที่ลาดตระเวน หลังรับแจ้งเบาะแส จะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม กระทั่งพบชายต้องสงสัยประมาณ 4-5 ราย ขับเรือหาปลาติดเครื่องยนต์ นำสิ่งของต้องสงสัยมาพักไว้ริมน้ำโขงบ้านทรายมูล หมู่ 7 ต.น้ำก่ำ จึงเข้าตรวจสอบแต่ผู้ต้องสงสัยไหวตัวขับหรือหนี ตรวจสอบพบกัญชาแห้งอัดแท่งบรรจุในกระสอบปุ๋ย ห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำจำนวน 11 กระสอบ ตรวจนับได้ 484 กิโลกรัม จึงตรวจยึดเป็นของกลาง และขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี โดยในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการตรวจยึดกัญชามากกว่า 3 ตัน หรือ 3,000 กก.

นายสามารถ สุวรรณมณี นายอำเภอธาตุพนม เปิดเผยว่าการตรวจยึดครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของชาวบ้านชุดรักษาความสงบเรียบร้อนตามหมู่บ้านแนวชายแดน(ชรบ.) ที่ให้ความร่วมมือในการสอดส่องแจ้งเบาะแส ประสานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จับกุมตรวจยึดขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยมีการตรวจยึดได้บ่อยครั้ง ส่วนครั้งนี้เป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง ถือว่ามีคุณภาพสูง สภาพสดใหม่ ส่วนการขนส่งจะใช้วิธีแบบกองทัพมด มีการลำเลียงผ่านเรือหาปลาเข้ามาพักรอการส่งต่อไปขาย เลี่ยงการจับกุม ทั้งนี้จะได้ประสานทุกหน่วยงานความมั่นคงในการ เพิ่มมาตรการดูแลเข้มงวดมากขึ้น โดยเน้นให้ชาวบ้านตามแนวชายแดน เป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส