สารสนเทศจังหวัดชายแดนใต้เพื่อประชาชน

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงแนะปลูกฝังอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าตั้งแต่อนุบาล

15 พ.ค. 2562

เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ และให้เกิดความตระหนักและเห็นความจำเป็น นำไปสู่ความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆที่จะช่วยกันสร้างสำนึกให้เด็กและเยาวชนอนุรักษ์ป่าอย่างต่อเนื่อง โครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ โดยมี ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้สนับสนุนและประสานงานจัดการประชุมสัมมนาวิชาการ “รักษ์ป่าน่าน” ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.เมือง จ.น่าน เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน โดยมีพระดำรัสว่า เราทั้งหลายทราบกันดีว่าการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายไปมากแล้วเป็นงานยาก และมีรายละเอียดมากมาย กว่าจะเห็นผลต้องใช้ระยะเวลานาน ระหว่างทำงานก็ต้องพบกับอุปสรรคใหญ่น้อยที่ทำให้งานขาดความราบรื่น แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำตั้งแต่บัดนี้ ในวันข้างหน้าความยากลำบากต้องเกิดแก่อนุชนรุ่นหลัง ซึ่งเป็นเชื้อสายของลูกเรา การอนุรักษ์ป่าน่านจึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งลงมือทำ ทั้งต้องพยายามสร้างจิตสำนึกรู้คุณของทรัพยากรให้เกิดขึ้นและเผยแพร่ออกไปให้ทั่วถึงชุมชน การสัมมนารักษ์ป่าน่านเป็นการระดมกำลัง ระดมสมอง ระดมความคิดของหลายๆฝ่าย ผู้ทำงานจะได้หารือกันว่าควรทำสิ่งใดเพิ่มอีกบ้าง การบริหารจัดการที่ผ่านมาควรปรับปรุงอย่างไรหรือไม่ ตลอดจนการโน้มน้าวให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ควรมาพิจารณาร่วมกันว่าจะหาทางแก้ไขช่วยอย่างไร เช่น จะช่วยสร้างอาชีพหรือส่งเสริมอาชีพอย่างไรได้บ้าง เป็นต้น

จากนั้นได้ทรงบรรยาย เรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้” ว่า การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าเราสอนเด็กชั้นประถมและมัธยมให้เยาวชนเหล่านี้ มีจิตสำนึกจะมาดูแลสวนป่าของเขาได้ แล้วควรทำกิจกรรมกับเด็กอนุบาลด้วย ปัจจุบันมีโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลต้นทุนในท้องถิ่นมาสอนลงได้ตั้งแต่เด็กเล็ก เพื่อให้เด็กเห็นว่าป่าและธรรมชาติเป็นเรื่องมีประโยชน์หล่อเลี้ยงชีวิตเรา ให้เห็นด้านความสวยงาม นอกจากนี้ ทุกคนคงเคยได้ยินว่า “สุขภาพหนึ่งเดียว” แต่คำว่าหนึ่งเดียวไม่ใช่เฉพาะสุขภาพของคนแต่เป็นสุขภาพของสัตว์ พืช สิ่งแวดล้อม และไม่ใช่คนไทยสุขภาพดี แต่คนพม่าสุขภาพไม่ดีก็ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับเรา เราต้องไม่ทำลายประเทศไทยและต้องไม่ทำลายทั้งโลกด้วย

 

ในการสร้างป่าสร้างรายได้นั้น เราปลูกต้นไม้ให้โครงสร้างใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ขั้นตอนการดำเนินงานมีการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ประชุมร่วมกับชุมชน ครู กศน. เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และชาวบ้าน คุยว่าชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการ และที่ต้องขีดเส้นใต้ คือ รับสมัครชาวบ้านที่สมัครใจที่จะนำพื้นที่ของตนมาร่วม ไม่มีการบังคับ จากความก้าวหน้าของการดำเนินงานที่อำเภอบ่อเกลือ จากปีแรกมีสมาชิก 30 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 4,112 คน พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นรวมตั้งแต่เริ่มต้นถึงปี 2561 มีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จากข้อมูลสำรวจชาวบ้านมีรายได้มาจากการเพาะชำกล้าไม้ ร้อยละ 71.04 ทำให้คนมีกำลังใจในการพัฒนา ชาวบ้านเล่าว่าไม่ต้องไปทำไร่เลื่อนลอย บางครอบครัวชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ได้ประโยชน์ได้อยู่ร่วมกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา มีรายได้จากการทำเกษตรแบบผสมผสาน.

ที่มา : ไทยรัฐ